ในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 19:30 น. ที่ปทุมธานี สเตเดียม โดยเกมนี้มีการถ่ายทอดสดให้แฟนบอลรับชมครบทั้งทางโทรทัศน์และออนไลน์

แอนโธนี ฮัดสัน กุนซือทีมชาติไทย อันดับ 93 ของโลก เรียกนักเตะหน้าใหม่ติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก 2 ราย ได้แก่ เอราวัณ การ์นิเยร์ และ ธีรภัทร ปรือทอง
ขณะเดียวกัน ยังมีการเรียกผู้เล่นประสบการณ์สูงกลับสู่ทีมหลายราย เช่น ธีรศิลป์ แดงดา, อดิศร พรหมรักษ์ และ สุรชาติ สารีพิมพ์ โดย สุรชาติ ถูกเรียกเข้ามาแทน อิคลาส สันหรน ที่มีอาการบาดเจ็บจากเกมเอฟเอคัพนัดชิงชนะเลิศ
ผลงานล่าสุดของทีมชาติไทยคือการเอาชนะเติร์กเมนิสถาน 2-1 พร้อมคว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย เอเชียนคัพ 2027 ได้สำเร็จ ทำให้เกมอุ่นเครื่องครั้งนี้ถูกใช้เป็นเวทีทดสอบนักเตะหน้าใหม่และต่อยอดทีมสำหรับรายการใหญ่
สภาพทีมไม่มีผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติม โดยคาดว่า ปฏิวัติ คำไหม จะเฝ้าเสา แผงหลังนำโดย มานูเอล ทอม เบียรห์ และ พีฬาวัช อรรคธรรม แดนกลางมี สารัช อยู่เย็น จับคู่กับ กฤษดา กาแมน ส่วนแนวรุกใช้ ธีรภัทร ปรือทอง, คคนะ คำยก, อนันต์ ยอดสังวาลย์ สนับสนุน ธีรศิลป์ แดงดา
ปฏิวัติ คำไหม (GK), นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, มานูเอล ทอม เบียรห์, พีฬาวัช อรรคธรรม, ศุภนันท์ บุรีรัตน์, สารัช อยู่เย็น, กฤษดา กาแมน, ธีรภัทร ปรือทอง, คคนะ คำยก, อนันต์ ยอดสังวาลย์, ธีรศิลป์ แดงดา

ด้านทีมเยือน เฮลิโอ เด ซูซา กุนซือทีมชาติคูเวต ทีมอันดับ 134 ของโลก เรียกผู้เล่นที่ค้าแข้งในประเทศทั้งหมด โดยมีแกนหลักอย่าง คาเล็ด อัล ราชิดี ผู้รักษาประตู, ฟาฮัด อัล ฮาจรี กองหลังตัวหลัก และ ยูซุฟ นาสเซอร์ กองหน้าตัวเก่งและดาวซัลโวตลอดกาลของทีม
ผลงานล่าสุดของคูเวตคือการพ่ายยูเออี 1-3 ในช่วงปลายปี 2025 ส่วนเกมอุ่นเครื่องกับนามิเบียเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาไม่สามารถลงแข่งขันได้เนื่องจากถูกยกเลิก
การพบกันครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2014 โดยทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ในเกมอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์
แฟนบอลสามารถรับชมได้ทาง >>> ไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32, www.thairath.co.th/tv/live, Facebook: ไทยรัฐทีวี www.facebook.com/ThairathTV และไทยรัฐสปอร์ต www.facebook.com/ThairathSport และ YouTube : Thairath Sport